สวัสดีค่า :D
 
เอนทรี่นี้เป็นการอัพบล็อกครั้งแรกในรอบ......เอ่อ... 2ปี
 
รู้สึกที่หยุดเขียนไปแบบจริงๆจังๆน่าจะเป็นตอนหน้าเว็บอัพเดทใหม่ละมั้ง
 
พอดีตอนนั้นติดFacebookกับ Instagram  มีอะไรก็เอาไปพ่นๆตรงนั้นเพราะมันเร็วกว่า
 
ส่วนบล็อกก็เข้าอยู่บ่อยๆนะ แค่ไม่ได้เข้ามาเขียนแค่นั้นเอ๊งง
 
 
เข้าเรื่องดีกว่า เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา
 
ตอนนี้เราได้ทุนมาแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ ม.โอซาก้าค่ะ (ตั้งแต่กันยาปีที่แล้วนู่น)
 
จุดเริ่มต้นมีอยู่ว่าเพื่อนเราคนนึงที่มาแลกเปลี่ยนเหมือนกัน โพสต์เรื่องพ่อบ้านมิวสิคัลในเฟซบุ๊ค
 
 
 
 
 
 
 
ซึ่งสถานที่แสดงฝั่งโอซาก้าคือ 梅田芸術劇場 → http://www.umegei.com 
 
เราก็แบบเฮ้ยยยยมันมีที่โอซาก้าด้วยยยอ้ะะะ อยากไปปปปปปป
 
ก็เลยตกลงไปกับเพื่อนคนที่โพสต์ในทันที(ตอนนั้นเพิ่งจะเจอกันแค่ครั้งเดียว55)
 
ทีนี้บัตรมี 3ราคา คือ
 
1.ロイヤルシート Royal seat
 เป็นที่นั่งชั้นล่าง ติดเวทีมากที่สุด มีของพรีเมี่ยมให้ด้วย 9500 เยน 
 
2.スタンダードシート Standard Seat 
ที่นั่งชั้นสอง สูงขึ้นมาหน่อย 8000เยน
 
3.カジュアルシート Casual Seat
ที่นั่งชั้นสาม สูงที่สุด ไกลเวทีที่สุด 5000เยน
  

 

เอาตรงๆนะ ตอนแรกตั้งใจจะซื้อบัตรถูกสุด เพราะงก 555

  
แต่ดูผังที่นั่งโรงละครแล้วดูห่างไกลเหลือเกิน เลยเปลี่ยนเป็นบัตร 8พันแทน
 
ตกลงกันเสร็จแล้วเราเลยอาสาจะซื้อบัตรให้ เพราะจะได้เลือกที่่นั่งติดกันได้
  
พอถึงวันเปิดขายบัตร มันเริ่มขายตอนบ่ายโมง ก็เลยเปิดคอมนั่งรีเฟรชเว็บรอชิวๆ
  
แต่พอวินาทีแรกที่บ่ายโมงปุ๊บ....เว็บล่ม
 
มันล่มตั้งแต่วินาทีแรกเลยแจร้
  
  
ตอนนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมันล่มน่ะ (;__;) ก็เลยรออยู่แป๊บนึง
  
ผ่านไปสิบห้านาทีเข้าไปดูอีกที ปรากฏว่าบัตร8พันขายหมดแล้วทั้งสองวัน
  
ฮือออออออออออออออออออ ศรีจะไม่ทนนนนนนนนน
  
    
สรุปคือก็สิ้นหวังกันไปเพราะไม่คิดจะดูบัตร5พันอยู่แล้ว รู้สึกไม่คุ้มอย่างแรง
  
หลังจากนั้นเราก็ลืมๆเรื่องนี้ไป ส่วนเพื่อนก็ยังคร่ำครวญผ่านเฟซบุ๊คเป็นระยะ
  
จนมาวันนึงก่อนจะแสดงได้อาทิตย์นึง เรานึกครึ้มเข้าไปดูเว็บโรงละครอีกรอบ
  
ปรากฏว่ามันมีช่องให้กดซื้อตั๋ว 8 พันเพิ่ม!!!!!!!!
  
  
ซึ่งถามเพื่อนญี่ปุ่น+อ่านรายละเอียดในเว็บ ได้ความว่าเป็นที่นั่งเสริม
  
อาจจะติดลำโพงหรือมองไม่ชัดบ้าง แต่ก็เอาว้อยยย คิดอยู่อย่างเดียวคือต้องซื้อให้ได้
  
เลยรีบโทรไปหาเพื่อนและกดซื้อกันเดี๋ยวนั้น 5555
  
คีนนั้นพอรู้ว่าได้ดูแล้วฟินมากก นั่งทำรายงานได้จนถึงตีหนึ่งตีสอง 555
  
  
  
  
อนึ่ง บัตรที่ได้มาคือแถว LB 5-6 จากรูปจะเห็นได้ว่าอยู่ริมสุดเลย
  
  
  
เราซื้อบัตรรอบหกโมงไป ก็เลยนัดกับเพื่อนมาช็อปปิ้งหาอะไรกินกันแถวอุเมดะก่อน
 
พอถึงเวลาเปิดโรงละคร ก็ยื่นบัตรเข้าไปซื้อของหน้างาน เสร็จแล้วถึงเข้าไปใน Main Hall
  
เข้าไปแล้วแอบตกใจ เพราะที่นั่งของเราที่คิดว่าน่าจะเห็นไม่ชัด มันเป็นส่วนติ่งของชั้นสองที่ยื่นออกมา
  
  
  
  
ดูจากภาพน่าจะเข้าใจง่ายขึ้น(รึเปล่า)
  
ประเด็นคือน่าจะใกล้เวทีกว่าบัตร8พันปกติอีก เพราะมันยื่นออกมามากกว่า
 มีข้อเสียนิดนึงแค่มองเห็นเวทีจากมุมข้างๆซึ่งไม่เป็นไรเลยซักนิด โอยลัคกี้มาก
  
  
  
  
เข้าสู่ส่วนเนื้อหาของมิวสิคัล(ซะที 55)
 
คำเตือน : เนื้อหาต่อจากนี้อาจจะมีบางส่วนที่เป็นการสปอยล์หรือทำให้เสียอรรถรสในการดู
  
ใครอยากลุ้นตอนดีวีดีออก เลื่อนข้ามผ่านไปก่อนนะคะ♪
 
 
คือมิวสิคัลรอบนี้ พูดแบบเข้าใจง่ายคือเอาภาค 2มาแสดงใหม่น่ะแหละ555
 
ที่เปลี่ยนแบบเห็นได้ชัดคือ Cast ในเรื่อง เปลี่ยนหมดเลย ยกเวนเซบาส เกรลกับ Undertaker
 
 พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของ Cast เด่นๆที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ
 
 
1. ชิเอล 
 
   ส่วนตัวว่าคนที่แล้วดีกว่าเยอะมากกกกก
 
   ชิเอลคนนี้มีมีดีอย่างเดียวคือ เตี้ย และร้องเท้าบู้ทขนๆที่ใส่ในฉากน่ารักมาก5555*โดนตบ*
 
   เรารู้สึกว่าเสียงพูดแอบไม่เข้า ดูขัดๆกับบทแบบแปลกๆ พวกบทพูดเด็ดๆนี่ดูแล้วไม่ได้อารมณ์เลย
 
   แต่ถึงจะอย่างนั้นน้องเค้าก็ร้องเพลงโอเคอยู่นะ ฟังแล้วไม่ขัดหูเท่าตอนพูด
 
2. อลัน+เอริค
  
    อลันคนนี้หน้าตาโอเคเลย อิมเมจไม่ต่างจากครั้งที่แล้วเท่าไหร่ แต่ร้องเพลงดีขึ้นเยอะมากกกก
   
    ส่วนเอริคเราว่าคนของครั้งที่แล้วดูเข้ากว่า แต่ภาคนี้ก็ไม่ได้แย่ ร้องเพลงก็ดีอยู่นะ
 
 3. เคานท์ดรูอิทท์
 
   ครั้งนี้เปลี่ยนคนแล้วเตี้ยล่ำจัง 555
 
   หน้าตาของคนที่แล้วเข้ากับบทมากกว่า  แต่ว่าคนนี้ร้องเพลงดีกว่าเยอะ
 
 
4. วิลเลียม
 
   วิลเลียมมมมมมมคนนี้เป็นอะไรที่เฟลมาก เฟลกว่าชิเอลอีก T_T
 
   บทก็เท่ากันแท้ๆแต่คนนี้ดูจืดจางมากอ่ะ เสียดายหน้าตาออกจะเข้ากะบท
 
   เสียใจฮือๆๆๆ ตอนเปิดเรื่องที่วิลเลียมพูดก็เฉยๆมาก ไม่มีพลังเลย
  
5. เซบาส
 
   คนนี้ไม่ได้เปลี่ยนแต่อยากพูดถึง  
 
    พี่ยูยะคะะะะะะ ทำไมพี่เท่อย่างเนนนนนนน้ เท่มากกกขายาวมากกกก
 
    กร๊าซซซซซได้มาฟังสดๆแล้วร้องเพลงเพราะมากจริงๆ แสดงได้แรด(?)สมเป็นเซบาส
 
    แถมพอดูเทียบกะครั้งที่แล้วเราว่าเค้าแสดงดีขึ้นเยอะด้วย ฮรื้อออ ปลื้มปริ่มมม *ดิ้นพราด*
 
    สารภาพว่าแอบมองบั้นท้ายตอนหางทักซิโดสะบัดบ่อยมาก
 
 
 
 
ต่อมาเป็นส่วนของเพลงในมิวสิคัลบ้าง *แฮ่กๆ*
 
มีบางเพลง+บางฉากที่รายละเอียดเปลี่ยนแปลงไปจากครั้งที่แล้วเล็กน้อย
 
 
1.死神派遣協会(Shinigami Haken Kyoukai) 
 
เพลงเปิดตัวของเหล่ายมทูต ครั้งนี้มีใส่ทำนองใหม่เข้าไปด้วย ออกแนวอิเล็คโทรนิดๆ
 
ท่าเต้นส่วนใหญ่เหมือนเดิม แต่มีเพิ่มท่าเต้นใหม่บ้างเหมือนกัน ดูเพลินดี
 
 
2.愛は血まみれ(Ai ha chimamire)
 
เพลงลูกทุ่ง ดีเด่นประจำเรื่อง เราชอบมากดพราะเป็นคันไซเบง ได้อารมณ์สุดๆ55
 
ตรงที่เป็นคำพูดในเพลงพวก好きやねん(suki ya nen)กับくどいわ(kudoiwa)
 
ไม่ได้ร้องให้เข้าทำนองตามเพลงเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเป็นหยุดแล้วพูดเลยแทน
 
 
3.R-指定( R-shitei) 
 
อันนี้เพลงไม่เปลี่ยน มีเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
 
คือเราสังเกตเห็นว่าแดนเซอร์ที่เต้นนัวกันข้างหน้าเป็นผู้ชายอยู่คู่นึง5555
 
แล้วก็มีเพิ่มฉากวิลเลียมกะเซบาสติดปีกสีแดงแปร๊ด เอากุหลาบมาให้เกรล555
 
ตอนที่เซบาสนั่งเท้าคางรอคนเข็นรถเข้าฉากที่ข้างเวทีแรดมากกกก ฮวากกก
 
 
 
 
ถึงจะบ่นนู่นบ่นนี่ แต่สรุปแล้วการที่ได้มาดูแสดงสดนี่คือฟินมากกกก
 
เราเริ่มอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่ม.ปลายสมัยยังเป็นไพรเวท จนตอนนี้ใกล้จะจบป.ตรีเข้าไปแล้ว
 
ไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อนเลยว่าจะมีโอกาสมาดูทีนี่ โชคดีมากจริงๆ
 
อ๊ะ เกือบลืม นี่เป็นของทั้งหมดที่ได้มากจากงานค่ะ
 
เป็นแพมเฟลต กระเป๋า แล้วก็เข็มกลัด
 
 
 
 
 
ซูมกระเป๋า 
 
 
 
เป็นShoppin Bag สกรีนโลโก้มิวสิคัลค่ะ ใบละ700 เยน
 
คือวัสุดธรรมดามากถึงมากที่สุด แต่ก็ต้องซื้อเพราะไหนๆก็มาแล้ว(ตรรกะอะไร)
 
 
 
 
ซูมเข็มกลัด
 
 
 
เข็มกลัดขายเป็นเซ็ตค่ะ เซ็ตละ300เยน แต่เลือกลายไม่ได้
 
คือในซองจะแรนด้อมเป็นลายธรรมดาหนึ่งอัน กับหน้าคนแสดงหนึ่งอัน
 
ซึ่งมีเข็มกลัดที่มีลายเซ็นนักแสดงปนอยู่ด้วย แฟนเกิร์ลญี่ปุ่นนี่กว้านซื้อกันเลย น่ากลัวมาก T_T
 
ส่วนคนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยอย่างเราแค่นี้ก็พอและ 555
 
 
สุดท้ายก็ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ (จะมีเปล่าน้อ)
 
แล้วพบกันใหม่(ถ้าไม่ขี้เกียจ) เอนทรี่หน้านะคะ
 
ป.ล. ก่อนหน้าที่จะไปดูพ่อบ้านมิวสิคัล เราไปอีเวนท์ครบรอบสิบปีของโทคิเมคิมาด้วยค่ะ
 
 
 
คือเคยคิดจะเขียนรีพอร์ท แต่มันยาวมาก เพราะมีเรื่องให้เขียนเยอะมาก แอบท้อ 55
 
เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจ รบกวนช่วยบอกนิดนึงนะคะ เผื่อจะมีกำลังใจเขียนขึ้นมาบ้าง
 
 
 
ไปละค่ะ *ฟิ้วววว